วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2562

Learning Log 7
-🌈Monday 23rd September 2019⭐️-
08:30 - 12:30 PM


✏️วันนี้อาจารย์ให้พวกเราออกมานำเสนอการจัดการเรียนการสอนแบบต่างๆ เช่น
      Highscope ไฮสโคป
      Project Approach
      นวัตกรรม STEM
      การสอนแบบ Montessori
      นวัตกรรม EF (Executive Functions)

📌 กลุ่มที่ 5 📌 : นวัตกรรม EF (Executive Functions)
 EF คืออะไร?
     ทักษะ EF ย่อมาจาก Executive Function คือกระบวนการทำงานของสมองส่วนหน้า ที่เกี่ยวข้องกับความคิด ความรู้สึกและการกระทำ ซึ่งมีความสำคัญต่อการตัดสินใจ การวางเเผนและการบริหารจัดการในชีวิตประจำวันของเรา งานวิจัยเผยว่าเด็กอายุระหว่าง 3-6 ปีเป็นช่วงเวลาที่เด็กสามารถพัฒนา EF ได้ดีที่สุด เพราะ เป็นช่วงที่สมองส่วนหน้าซึ่งเป็นสมองส่วนที่ทักษะ EF ทำงานกำลังมีการพัฒนาเจริญเติบโตมากที่สุด

 ทักษะ Executive Function (EF) ได้จากการเล่นนะรู้ไหม?
     เมื่อก่อนเราอาจจะคุ้นเคยกับ IQ EQ แต่ในปัจจุบันกระบวนการพัฒนาสมอง EF เป็นที่พูดถึงบ่อยครั้งและเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมอารมณ์ ความคิด การวางแผนแก้ไขปัญหาในเด็ก ซึ่ง EF นั้นไม่ใช่ทักษะที่เด็กได้มาตั้งเเต่เกิด เเต่สามารถสร้างได้ด้วยการฝึกฝน พัฒนา และสภาพเเวดล้อมที่ดี


 EF ประกอบด้วยทักษะ 9 ด้าน ได้เเก่
1. ทักษะการจำเพื่อใช้งาน (Working Memory)
     คือ ความสามารถของเด็กในการบันทึกข้อมูลหรือสิ่งที่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้มาไว้ในสมอง เชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมที่ตนเองมี และนำมาใช้ในสถานการณ์ที่เหมาะสมได้
2. ทักษะยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control)
     ความสามารถของเด็ก ๆ ในการในการควบคุมและยับยั้งตนเอง ให้จดจ่อกับสิ่งที่สำคัญและจำเป็น ยอมทำสิ่งที่ไม่ชอบแต่จำเป็นได้ และยอมถอนตัวออกจากสิ่งที่ชอบเมื่อถึงเวลาที่จำเป็นได้ เช่น ยับยั้งตนเองไม่ให้กินไอศกรีม เพราะรู้ว่าตนเองเป็นหวัด
3. ทักษะยืดหยุ่นความคิด (Shift Cognitive Flexibility)
     ความสามารถในการปรับเปลี่ยนความคิด ยืดหยุ่น ปรับตัวไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และยังรวมถึงการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่หลากหลาย เมื่อพบเจอกับสิ่งที่ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ก็สามารถทำใจยอมรับได้
กิจกรรมที่ควรส่งเสริม 
4.ทักษะการควบคุมอารมณ์ (Emotion Control)
     ความสามารถของเด็ก ในการรับรู้ บอกอารมณ์ของตนเอง รวมถึงควบคุมการแสดงออกทางอารมณ์ให้ออกมาอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น เมื่อเด็กแย่งของเล่นกันกับเพื่อน ก็รู้ว่าตนเองโกรธ โมโห แต่ไม่ตีหรือทำร้ายเพื่อน (สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้) เป็นการฝึกให้เด็กรู้จักผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการกอด ลูบหลัง และคำพูดที่ดี
กิจกรรมที่ควรส่งเสริม
5. ทักษะการจดจ่อใส่ใจ (Focus/Attention)
     คือความสามารถในการจดจ่อกับการทำกิจกรรม ไม่วอกแวกไปตามสิ่งเร้าที่เข้ามา
6.ทักษะติดตามประเมินตนเอง (Self-Monitoring)
     คือ ความสามารถในการทบทวนตนเอง หรือสิ่งที่ตนเองทำ รู้ข้อดี ข้อด้อยของตนเอง และปรับปรุงข้อดีข้อด้อยนั้น ๆ สามารถประเมินผลงาน การบ้าน หรือสิ่งที่ตนเองทำ ว่าควรปรับปรุงแก้ไขที่ใดกิจกรรมที่ควรส่งเสริม 
7. ทักษะริเริ่มและลงมือทำ (Initiating)
     คือ ความสามารถในการ “คิด” ที่จะทำสิ่งใหม่ที่ตนเองไม่เคยทำ หรือยังทำไม่สำเร็จ และ “ลงมือทำ” สิ่งนั้นให้สำเร็จด้วยตนเอง
8. ทักษะวางแผนและจัดระเบียบ (Planning & Organizing)
     รู้จักวางแผนให้รอบคอบก่อนลงมือทำ จัดลำดับความสำคัญ จัดหมวดหมู่สิ่งต่าง ๆ ได้ดี และวางแผนอย่างเป็นระบบได้
กิจกรรมที่ควรส่งเสริม 
9. ทักษะมุ่งเป้าหมาย (Goal-Directed Persistence)
     ไม่ล้มเลิกเมื่อเจออุปสรรค แต่จะพยายามเรียนรู้และปรับปรุงวิธีทำงานให้ผ่านพ้นปัญหาไปได้กิจกรรมที่ควรส่งเสริม 




การนำเสนอของกลุ่มที่ 5 คือ การแสดงบทบาทสมมติโดยให้เด็กออกมาทำช่วยกันทำกิจกรรมโดยเราจะให้โจทย์ คือ ให้สร้างสะพานอย่างไรก็ได้ให้ลูกปิงปองสามารถผ่านไปได้นานที่สุด มีวัสดุ-อุปกรณ์ให้ คือ หลอด ดินน้ำมัน เทปกาว ลูกปิงปองและไม้เสียบลูกชิ้น โดยมีเวลาจำกัดให้ในแต่ละรอบ

📌 กลุ่มที่ 6 📌 : นวัตกรรม EF (Executive Functions)
♦ ประโยชน์ของนวัตกรรม EF 
   - ส่งผลให้มีความจำที่ดี จดจ่อทำงานต่อเนื่องได้สำเร็จ
   - รู้จักการคิดวิเคราะห์ วางแผนการทำงานอย่างมีระบบ
   - มีความอดทน รอคอยได้ มีความรับผิดชอบ

♦ ข้อจำกัดของนวัตกรรม EF
   - ความจำไม่ดี เรียนรู้ไม่ได้มาก
   - ปรับตัวไม่ได้
   - อารมณ์ฉุนเฉียว
   - มีปัญหาการเข้าสังคม
   - มีแนวโน้มเจ็บป่วย
   - มีโอกาสจัดสินใจผิดพลาดให้ชีวิต
   - เสี่ยงต่อภาวะบกพร่องทางสมอง


📌 กลุ่มที่ 7 📌 : นวัตกรรม Project Approach
 ระยะที่1 - เริ่มต้น
     เด็กๆเลือกว่าจะศึกษาเรื่องอะไร โดยครูเป็นผู้ให้คำแนะนำ เด็กๆอภิปรายว่า มีความรู้เดิมอะไร เกี่ยวกับเรื่องที่เลือกแล้วบ้าง ครูช่วยให้เด็กๆบันทึกความคิดของเด็กๆ ด้วยวิธีต่างๆ เด็กๆบอกข้อสงสัยที่เด็กๆมีเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กๆจะเรียนรู้ และครูช่วยให้เด็กๆสรุปตั้งคำถามที่เด็กๆต้องการ หาคำตอบในระหว่างการสำรวจสืบค้นครั้งนี้ และบันทึกคำถามเหล่านั้น เด็กๆพูดคุยเกี่ยวกับว่าคำตอบที่เด็กๆจะสำรวจสืบค้นได้นั้น น่าจะเป็นอะไร อย่างไร ครูช่วยเด็กๆบันทึกความคาดคะเนของเด็กๆไว้ เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลในภายหลัง
 ระยะที่2 - การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนรู้
     ครูช่วยเด็กๆวางแผนไปสถานที่ต่างๆ ที่เด็กๆสามารถสำรวจ สืบค้นได้ รวมถึงการจัดหาวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่เด็กๆสนใจเรียนรู้ ที่จะสามารถตอบคำถามของเด็กๆได้ มาให้ความรู้กับเด็กๆ เด็กๆใช้หนังสือและคอมพิวเตอร์ในการสืบค้นข้อมูล โดยมีครูเป็นผู้ช่วยเหลือ ในระหว่างกิจกรรมในวงกลมที่เด็กๆสามารถประชุมร่วมกัน และนำเสนอรายงานสิ่งที่เด็กๆค้นพบในการทำกิจกรรมต่างๆเป็นระยะ ครูส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กๆถามคำถามและให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กๆแต่ละคนได้ค้นพบคำตอบหรือเรียนรู้ด้วย เด็กๆวาดภาพ ถ่ายภาพ เขียนคำและป้ายต่างๆ สร้างกราฟและหรือแผนภูมิสิ่งที่เด็กๆวัดและนับ แล้วเด็กๆก็สร้างจำลองสิ่งที่เด็กๆสนใจเรียนรู้กัน เมื่อเด็กๆเรียนรู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เด็กๆสามารถพิจารณาทบทวนและเพิ่มเติมหรือทำจำลองใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิมไปได้เรื่อยๆด้วย
 ระยะที่3 - การสรุป Project
     เด็กๆอภิปรายกันถึงหลักฐานต่างๆที่เด็กๆได้สืบและค้นพบที่ช่วยให้เด็กๆตอบคำถามที่เด็กๆตั้งไว้ได้ และเด็กๆจะได้เปรียบเทียบสิ่งที่เด็กๆเรียนรู้กับความรู้เดิมของเด็กๆว่าตรงกันหรือไม่ รวมถึงเปรียบเทียบกับการคาดคะเนของเด็กๆที่ทำไว้ตั้งแต่ระยะแรกด้วย เด็กๆช่วยกันวางแผนจัดแสดงให้ผู้ปกครองและเพื่อนๆ และบุคคลอื่นๆได้เห็น วิธีการเรียนรู้ กิจกรรม ผลงาน และสิ่งที่เด็กๆค้นพบเรียนรู้ เด็กๆลงมือจัดแสดงเพื่อแบ่งปันความรู้และเรื่องราวเกี่ยวกับ Project Approach ของเด็กๆ

   

📌 กลุ่มที่ 8 📌 : นวัตกรรม STEM ย่อมาจากคำว่า

     🧪 S = Science วิทยาศาสตร์
     🖥️ T = Technology เทคโนโลยี
     ⚙️ E = Engineering วิศวกรรมศาสตร์
     🔢 M = Mathematics คณิตศาสตร์
     เป็นการบูรณาการความรู้วิชาต่างๆไปใช้เชื่อมโยงและแก้ไขปัญหาในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนาการหรือผลผลิตใหม่ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21



 📌 กลุ่มที่ 9 📌 : นวัตกรรมมอนเตสเซอรี่ (Montessori) คือ การพัฒนาให้เด็กมีอิสระด้านบุคลิกภาพของเด็ก เด็กมีอิสรภาพให้การเลือกจากสิ่งแวดล้อม จะพัฒนาเรียนรู้การทำงานด้วยตนเองและมีความรับผิดชอบ

📌 กลุ่มที่ 9 📌 : นวัตกรรมมอนเตสเซอรี่ (Montessori)
หลักการสอนมอนเตสเซอรี่มีอยู่ 5 ข้อได้แก่
เด็กจะต้องได้รับการยอมรับนับถือ
เด็กที่มีจิตซึมซาบได้
ช่วงเวลาหลักของชีวิต
การเตรียมสิ่งแวดล้อม
การศึกษาด้วยตนเอง
___________________________

Assessment 📚
Self - Assessment of student : ตั้งใจเรียนและมีส่วนร่วมกับการจัดกิจกรรมของเพื่อนแต่ละกลุ่มค่ะ
Member Assessment : เพื่อนๆตั้งใจจัดกิจกรรมค่ะ

Teacher Assessment : 
Learning Log 6
-🌈Monday 17th September 2019⭐️-
08:30 - 12:30 PM


✏️วันนี้อาจารย์ให้พวกเราออกมานำเสนอการจัดการเรียนการสอนแบบต่างๆ เช่น
      Highscope ไฮสโคป
      Project Approach
      นวัตกรรม STEM
      การสอนแบบ Montessori
      นวัตกรรม EF (Executive Functions)

📌 กลุ่มที่ 1 📌 : นวัตกรรม High Scope (ไฮสโคป) เป็นการสอนที่เน้นการลงมือทำผ่านการเล่นที่หลากหลายด้วย สื่อ กิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัยและมีการแก้ไขปัญหา

หัวใจสำคัญของนวัตกรรมการ High Scope
   👉🏻 Plan การวางแผน
   👉🏻 Do ลงมือกระทำ
   👉🏻 Review ทบทวน



การนำเสนอของกลุ่มที่ 1 คือ การแสดงบทบาทสมมติโดยการใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ หลังจากที่แสดงบทบาทสมมติเสร็จมีการให้ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรม High Scope โดยการเขียนชาร์ตให้ความรู้

📌 กลุ่มที่ 2 📌 : นวัตกรรม High Scope (ไฮสโคป) ได้อธิบายเกี่ยวกับแนวคิด วงล้อแห่งการเรียนรู้

 พื้นที่การเก็บหรือการจัดสิ่งแวดล้อม จัดพื้นที่ในห้องเป็น 5 ส่วน
     - พื้นที่ไว้ใช้เก็บของส่วนตัวสำหรับเด็ก
     - พื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมกลุ่มใหญ่และกลุ่มย่อย
     - พื้นที่ตามมุมต่างๆในห้องเรียน
     - พื้นที่ติดผลงานของเด็ก
     - พื้นที่ของคุณครู
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กเน้นการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี เริ่มจากการสร้างความไว้ใจกับตัวเด็ก
กลยุทธ์ปฏิสัมพันธ์การกระทำ ส่งเสริม แก้ไขปัญหาหรือ Plan - Do - Review 
มีการประเมินจากคณะทำงาน การบันทึกประจำวัน การวางแผนกิจกรรมและผลงานของเด็ก




การนำเสนอของกลุ่มที่ 2 คือ การแสดงบทบาทสมมติโดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ โดยให้เด็กเลือกกลุ่มที่จะทำกิจกรรมและให้เลือกกิจกรรมการทำศิลปะ มี 3 อย่างแล้วแต่ว่าเด็กจะเลือกทำกิจกรรมไหน หลังจากนั้นเมื่อทำเสร็จคุณครูมีการสอบถามว่ารูปภาพที่ทำคืออะไร


📌 กลุ่มที่ 3 📌 : นวัตกรรม Project Approach แบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ระยะ

 ระยะที่1 - เริ่มต้น
     เด็กๆเลือกว่าจะศึกษาเรื่องอะไร โดยครูเป็นผู้ให้คำแนะนำ เด็กๆอภิปรายว่า มีความรู้เดิมอะไร เกี่ยวกับเรื่องที่เลือกแล้วบ้าง ครูช่วยให้เด็กๆบันทึกความคิดของเด็กๆ ด้วยวิธีต่างๆ เด็กๆบอกข้อสงสัยที่เด็กๆมีเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กๆจะเรียนรู้ และครูช่วยให้เด็กๆสรุปตั้งคำถามที่เด็กๆต้องการ หาคำตอบในระหว่างการสำรวจสืบค้นครั้งนี้ และบันทึกคำถามเหล่านั้น เด็กๆพูดคุยเกี่ยวกับว่าคำตอบที่เด็กๆจะสำรวจสืบค้นได้นั้น น่าจะเป็นอะไร อย่างไร ครูช่วยเด็กๆบันทึกความคาดคะเนของเด็กๆไว้ เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลในภายหลัง
 ระยะที่2 - การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนรู้
     ครูช่วยเด็กๆวางแผนไปสถานที่ต่างๆ ที่เด็กๆสามารถสำรวจ สืบค้นได้ รวมถึงการจัดหาวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่เด็กๆสนใจเรียนรู้ ที่จะสามารถตอบคำถามของเด็กๆได้ มาให้ความรู้กับเด็กๆ เด็กๆใช้หนังสือและคอมพิวเตอร์ในการสืบค้นข้อมูล โดยมีครูเป็นผู้ช่วยเหลือ ในระหว่างกิจกรรมในวงกลมที่เด็กๆสามารถประชุมร่วมกัน และนำเสนอรายงานสิ่งที่เด็กๆค้นพบในการทำกิจกรรมต่างๆเป็นระยะ ครูส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กๆถามคำถามและให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กๆแต่ละคนได้ค้นพบคำตอบหรือเรียนรู้ด้วย เด็กๆวาดภาพ ถ่ายภาพ เขียนคำและป้ายต่างๆ สร้างกราฟและหรือแผนภูมิสิ่งที่เด็กๆวัดและนับ แล้วเด็กๆก็สร้างจำลองสิ่งที่เด็กๆสนใจเรียนรู้กัน เมื่อเด็กๆเรียนรู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เด็กๆสามารถพิจารณาทบทวนและเพิ่มเติมหรือทำจำลองใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิมไปได้เรื่อยๆด้วย
 ระยะที่3 - การสรุป Project

     เด็กๆอภิปรายกันถึงหลักฐานต่างๆที่เด็กๆได้สืบและค้นพบที่ช่วยให้เด็กๆตอบคำถามที่เด็กๆตั้งไว้ได้ และเด็กๆจะได้เปรียบเทียบสิ่งที่เด็กๆเรียนรู้กับความรู้เดิมของเด็กๆว่าตรงกันหรือไม่ รวมถึงเปรียบเทียบกับการคาดคะเนของเด็กๆที่ทำไว้ตั้งแต่ระยะแรกด้วย เด็กๆช่วยกันวางแผนจัดแสดงให้ผู้ปกครองและเพื่อนๆ และบุคคลอื่นๆได้เห็น วิธีการเรียนรู้ กิจกรรม ผลงาน และสิ่งที่เด็กๆค้นพบเรียนรู้ เด็กๆลงมือจัดแสดงเพื่อแบ่งปันความรู้และเรื่องราวเกี่ยวกับ Project Approach ของเด็กๆ





 การนำเสนอของกลุ่มที่ 3 คือ การแสดงบทบาทสมมติโดยจัดทำ Project เรื่องช้าง

📌 กลุ่มที่ 4 📌 : นวัตกรรม STEM ย่อมาจากคำว่า

     🧪 S = Science วิทยาศาสตร์
     🖥️ T = Technology เทคโนโลยี
     ⚙️ E = Engineering วิศวกรรมศาสตร์
     🔢 M = Mathematics คณิตศาสตร์
     เป็นการจัดกิจกรรมโดยบูรณาการของวิชาต่างๆให้มีความเชื่อมโยงกัน



การนำเสนอของกลุ่มที่ 4 คือ การแสดงบทบาทสมมติโดยจัดกิจกรรมให้เด็กออกมาช่วยกันแก้ปัญหา โดยคุณครูจะให้โจทย์ปัญหามา คือ การที่เราจะแบกเหรียญเราจะสร้างเรือแบกเหรียญอย่างไรให้เหรียญไม่จม โดยมีวัสดุ-อุปกรณ์ให้ คือ ดินน้ำมัน เหรียญ กะละมังที่มีน้ำ 

___________________________

Assessment 📚
Self - Assessment of student : ตั้งใจเรียนและมีส่วนร่วมกับการจัดกิจกรรมของเพื่อนแต่ละกลุ่มค่ะ
Member Assessment : เพื่อนๆตั้งใจจัดกิจกรรมค่ะ
Teacher Assessment : 



วันเสาร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2562

Learning Log 5
-🌈Monday 9th September 2019⭐️-
08:30 - 12:30 PM


✏️วันนี้ให้พวกเราออกมาทดลองสอนหน้าชั้นเรียนค่ะ ตามแผนที่เราได้เขียนไว้และอาจารย์คอยให้คอยแนะนำอยู่ตลอด






     หลังจากที่เพื่อนได้ออกไปทดลองสอนแล้ว 2 กลุ่ม อาจารย์ให้พวกเรากลับไปอัดคลิปการทดลองสอนของพวกเราด้วยค่ะ

💡✨💡✨💡✨💡✨💡✨💡✨💡✨💡✨💡✨💡✨💡✨



กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ หน่วย : ชุมชนของเราน่าอยู่

___________________________________

Assessment 📚
Self - Assessment of student : ตั้งใจสังเกตที่เพื่อนออกไปทดลองสอนค่ะและให้ความร่วมมือในกิจกรรมของเพื่อนด้วย ยังมีบางเรื่องที่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะจะกลับไปทบทวนบทเรียน
Member Assessment : เพื่อนๆตั้งใจเรียนและทดลองสอนได้ดีค่ะ แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่ให้ความร่วมมือกับกิจกรรมห้อง
Teacher Assessment : อาจารย์อธิบายเข้าใจง่ายค่ะ


วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2562

Learning Log 4
-🌈Monday 2nd September 2019⭐️-
08:30 - 12:30 PM


     วันนี้อาจารย์ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการเขียนแผนและออกแบบกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ว่าเราควรเขียนอย่างไรให้ง่ายต่อการจัดกิจกรรม

✏️กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ 

     เป็นการพัฒนาส่วนต่างๆของร่างกาย
💡ประสบการณ์สำคัญ
 ด้านร่างกาย 
  • การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ : การปา การขว้าง 
  • การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ : วิ่ง เดิน กระโดด สไลด์ ชิด
 ด้านอารมณ์ จิตใจ
     เด็กรู้สึกสนุกสนานตามเสียงจังหวะดนตรี
 ด้านสังคม
     เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เรียนรู้คุณธรรม จริยธรรม เช่น เวลาเล่นเราจะไม่ไปชนเพื่อนคนอื่น หรือเมื่อชนคนอื่นรู้จักกล่าวคำขอโทษ
 ด้านสติปัญญา
     ด้านภาษา ท่าทาง ความจำ

💡การบูรณาการ
คณิตศาสตร์ 
     การหาพื้นที่ของตนเองในการยืน ให้เด็กสามารถคิดได้ว่าจะยืนอย่างไรให้ไม่ชนเพื่อน เรียนรู้จุดศูนย์กลาง รัศมี การหาพื้นที่
วิทยาศาสตร์
พลศึกษา
สังคม
ภาษา

💡กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ แบ่งออก 6 แบบ
การเคลื่อนไหวตามคำบรรยาย
การเคลื่อนไหวตามคำสั่ง
การเคลื่อนไหวตามข้อตกลง
การเคลื่อนไหวประกอบเพลง
การเคลื่อนไหวพร้อมอุปกรณ์
การเคลื่อนไหวแบบผู้นำผู้ตาม

     หลังจากนั้นอาจารย์ได้ให้พวกเราบางคนออกไปทดลองสอนหน้าชั้นเรียนตามแผนกิจกรรมที่เราได้ออกแบบไว้ในแต่ละกลุ่มพร้อมกับให้คำแนะนำ








คำแนะนำ : 
  • เวลาที่เราสอนเด็กเราควรพูดเปิดโอกาสให้เด็กได้ตัดสินใจที่จะท่าต่างๆด้วนตนเอง เช่น ให้เด็กๆหาพื้นที่ของตนเองโดยใช้อวัยวะส่วนไหนของร่างกายก็ได้ 
  • จะหาจังหวะช้าหรือจังหวะเร็ว เราควรที่จะมีจังหวะที่เป็นปกติก่อนเพื่อที่เด็กจะได้รู้ว่าจังหวะไหนที่ควรจะช้ากว่าปกติและจังหวะไหนที่ควรจะเร็วกว่าปกติ



___________________________________

Assessment 📚
Self - Assessment of student : ได้มีโอกาสออกไปทดลองสอนยังเห็นข้อผิดพลาดของตัวเองอยู่หลายอย่าง การสอนยังไม่ค่อยต่อเนื่องกัน ยังมีเกร็งๆอยู่บ้างค่ะ 
Member Assessment : เพื่อนๆตั้งใจฟังที่อาจารย์อธิบายตลอดคาบค่ะ ให้ส่วนร่วมในการช่วยออกมาทำกิจกรรมในห้องค่ะ
Teacher Assessment : อาจารย์ให้รายละเอียดได้ดีมากค่ะในการสอน อธิบายจนนักศึกษาเห็นภาพตามค่ะ



วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562

Learning Log 3
-🌈Monday 26th August 2019⭐️-
08:30 - 12:30 PM


✏️วันนี้อาจารย์ให้พวกเราเขียนแผนจัดประสบการณ์ที่เกี่ยวกับมาตรฐาน อาจารย์ให้ความรู้เบื้องต้นก่อนที่เราจัดแผนเราต้อง วิเคราะห์หลักสูตรก่อน ควรจะมีเรื่องใดบ้าง เช่น เกณฑ์มาตรฐานคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สาระที่ควรเรียนรู้ 



✏️หลังจากนั้นอาจารย์ให้พวกเราจับกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน แล้วช่วยกันเขียนแผนจัดประสบการณ์ที่ตรงกับสาระที่ควรเรียนรู้ 

  • กลุ่มที่ 1 เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก หน่วย ครอบครัวของฉัน
  • กลุ่มที่ 2 เรื่องราวเกี่ยวบุคคลสถานที่และสิ่งแวดล้อม หน่วย ชุมชนของเรา
  • กลุ่มที่ 3 ธรรมชาติรอบตัว หน่วย ช.ช้างวิ่งหนี
  • กลุ่มที่ 4 หน่วย วันลอยกระทง
  • กลุ่มที่ 5 สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก หน่วยน้ำดีมีประโยชน์

✏️กลุ่มของนักศึกษาได้ช่วยกันปรึกษาว่าหน่วย ชุมชนของเรา ควรมีอะไรบ้าง ได้แก่
     💡 ความหมายและความสำคัญ
     💡 สถานที่สำคัญในชุมชน
     💡 อาชีพของคนในชุมชน
     💡 ประโยชน์ของคนในชุมชน
     💡 การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชน
 *** ข้อปรับปรุง : กลุ่มของนักศึกษาได้แก้ไขเกี่ยวกับ
การที่เราจะเขียนแผนจัดประสบการณ์นั้นไม่จำเป็นจะต้องครบ 5 หัวข้อ ถ้าในหัวข้อไหนมีเนื้อหาที่มาก เราอาจจะให้หัวข้อนั้นจัดสอนใน 2 วันได้ 
แก้ไขตรงหัวข้อความหมายและความสำคัญ กับ ประโยชน์ของชุมชนเพราะ ความสำคัญกับประโยชน์ เราอาจจะจัดให้เป็นหัวข้อเดียวกัน



✏️เมื่ออาจารย์ได้ให้คำแนะนำแล้วอาจารย์ให้พวกเราลองกลับไปเขียนแผนจัดประสบการณ์ของแต่ละกลุ่มให้เหมือนกับเราเขียนแผนไปสอนจริง ต้องเขียนแผนให้ครบ 6 กิจกรรมหลักและส่งในโปรแกรม PADLET ก่อนวันพฤหัสบดีค่ะ และกลับไปปรับปรุงลายมือในการเขียนพยัญชนะ ก - ฮ ด้วยค่ะ


________________________

Assessment 📚
Self - Assessment of student : วันนี้ตั้งฟังที่อาจารย์อธิบายเกี่ยวกับการจัดแผนประสบการณ์มากๆค่ะ ให้ความร่วมมือในการทำงานกลุ่ม
Member Assessment : เพื่อนๆตั้งใจทำงานมากค่ะ
Teacher Assessment : อาจารย์อธิบายละเอียดมากค่ะ